โรคของผู้ชายและผู้หญิงมีลักษณะเฉพาะที่ต่างออกไป เนื่องจากสภาวะทางร่างกายของผู้ชายและผู้หญิงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดทุกช่วงวัย ดังนั้น เราควรต้องรู้จักสังเกตอาการเบื้องต้นว่าเป็นอย่างไร มีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสุขภาพเหล่านี้ขึ้นได้
โรคฮิตที่ผู้ชายควรระวัง
โรคหัวใจ ผู้ชายมักเริ่มมีอาการของโรคหัวใจเมื่อ อายุ 40 ปีขึ้นไป สาเหตุหลักของการเกิดโรคหัวใจมีด้วยกันหลายอย่าง เช่น การอักเสบตรงผนังหัวใจ ความพิการของหัวใจที่เป็นมาแต่กำเนิด ไขมันอุดตันในเส้นเลือด รวมไปถึงหลอดเลือดแข็งตัว สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ระบบควบคุมการทำงานของหัวใจล้มเหลว การที่ทำให้เป็นโรคหัวใจ ได้แก่ ความเครียด ระดับโคเลสเตอรอลสูง โรคอ้วน ระดับความดันเลือดสูง อาการเตือนที่ควรสังเกต คือ มีไข้ขึ้นสูง
โรคต่อมลูกหมากโต ผู้ชาย 1 ใน 3 เมื่อวัยล่วงเข้าวัย 50 ปี มักมีอาการต่อมลูกหมากโต แต่กระนั้น อาการต่อมลูกหมากโตก็ยังไม่น่าเป็นห่วง เพียงแต่สร้างความรำคาญ แต่สิ่งที่อาจทำให้ผู้ชายนึกกลัว คือ อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และมะเร็งต่อมลูกหมากที่จะตามมานั่นเอง
ดังนั้นผู้ชายที่มีอายุมากแล้ว เวลามีปัญหาเรื่องการขับถ่ายปัสสาวะ อย่าได้นิ่งนอนใจ ควรให้หมอตรวจเช็ก เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ส่วนอาการที่บ่งบอกว่าต่อมลูกหมากโต เช่น ต้องออกแรงฉี่มาก แต่ปัสสาวะไหลน้อยและอ่อนแรง ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ อาจมีเลือดปนออกมา ซึ่งควรไปหาหมอ เพราะอาจมีความเจ็บป่วยอื่นร่วมด้วย เช่น หนาวสั่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยตามร่างกาย ฯลฯ ความน่ากลัวของโรคนี้สำหรับผู้ชาย คือ ทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เพราะมีการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะเพศน้อยลง
โรคความดันเลือดสูง เป็นอาการที่เกิดขึ้นกับผู้ ชายได้ตลอดเวลา เมื่ออายุย่าง 30-35 ปี มักเป็นก่อนอายุ 55 ปี โดยทั่วไปไม่พบอาการผิดปกติ แต่ตรวจพบเมื่อไปหาหมอด้วยโรคอื่น องค์การอนามัยโลก กำหนดค่าความดันเลือดที่เหมาะสมไว้ที่ 140/90 คนที่เป็นโรคความดันเลือดสูง คือมีค่าความดัน ช่วงบน-ช่วงล่าง มากกว่า 160/95 ส่วนค่าความดันที่ดี ควรน้อยกว่า 140/90 ความน่ากลัวของโรคนี้ คือ อาการแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นกับอวัยวะส่วนอื่นๆ เช่น หัวใจ ทำให้หัวใจวาย หอบเหนื่อย สมอง เส้นเลือดฝอยในสมองแตก หรือทำให้หลอดเลือดในดวงตาเสื่อม ประสาทตาเสีย ตาจะมัวมากขึ้นจนถึงขั้นทำให้บอด
โรคร้ายที่ผู้หญิงควรรู้
ปัจจัยของโรคนี้มีสาเหตุหลายอย่างทั้ง พันธุกรรม การใช้ฮอร์โมนทดแทนเป็นระยะเวลานานเกิน 5 ปี ภาวะน้ำหนักเกิน การดื่มสุราจัด ล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมทั้งสิ้น ผู้หญิงทุกคนควรตรวจหาก้อนเนื้อที่เต้านมด้วยตนเอง และควรไปตรวจเต้านมด้วยแมมโมแกรม หรืออุลตร้าซาวน์ด์เป็นประจำทุกปี สำหรับผู้หญิงที่อายุเกิน 40 ขึ้นไป
อาการของโรคหลอดเลือดสมอง เริ่มจากแขนขาอ่อนแรงหรือชาบริเวณใบหน้าซีกใดซีกหนึ่ง ตาข้างใดข้างหนึ่งพร่ามัวหรือมองไม่เห็น มีปัญหาด้านการพูดหรือการเข้าใจบทสนทนา ปวดศีรษะเฉียบพลันแบบไม่มีสาเหตุ รวมถึงอาการวิงเวียนหรือวูบแบบเฉียบพลัน
นอกจากนี้ผู้หญิงที่มีอาการปวดศีรษะไมเกรน รวมทั้งผู้ที่เคยรับประทานยาคุมกำเนิด ยังมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้นอีกด้วย
อาการของโรคหัวใจ จะปวดเสียดที่หน้าอก หายใจไม่ออก หายใจถี่ ปวดกราม ปวดไหล่ วิงเวียน คลื่นเหียน อาจาร และเหงื่อแตก สำหรับผู้หญิงนั้น มีปัจจัยหลายอย่างที่ช่วยเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้แก่ ความเครียดเรื้อรัง น้ำหนักที่เกินมาตรฐาน มักเกิดขึ้นหลังวัยหมดประจำเดือน ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน สูบบุหรี่จัด และครอบครัวมีประวัติการเจ็บป่วย
ทางที่ดีควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และถูกต้องตามหลักควบคุมน้ำหนัก ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การผ่อนคลายก็เป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมการเกิดโรคหัวใจได้
การตรวจพบมะเร็งรังไข่ในระยะเริ่มแรกมีความสำคัญเพราะอาจช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิตได้ ในระยะแรกโรคจะจำกัดวงอยู่เฉพาะภายในรังไข่ แต่หลังจากนั้นจะแพร่ขยายอย่างรวดเร็วไปยังส่วนต่างๆ โดยเฉพาะ ช่องคลอด สำหรับการตรวจหามะเร็งรังไข่มีหลายวิธี ได้แก่ การตรวจช่องคลอดและทวารหนัก การตรวจอัลตร้าซาวน์ด์อุ้งเชิงกราน ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคมะเร็งรังไข่ไม่แตกต่างจากมะเร็งทั่วไปในเรื่องของประวัติครอบครัว รวมทั้งความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น
ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคกระดูกพรุน ได้แก่ การสูบบุหรี่ การดื่มสุราจัด การกินอาหารที่มีแคลเซียม และวิตามินดีต่ำ ล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคสูงขึ้น เราสามารถป้องกันได้โดยการบริโภคแคลเซียมอย่างเพียงพอ ประกอบกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะกระดูกจะพัฒนาเต็มที่เมื่ออายุ 30 ปี และเริ่มเสื่อมลงอย่างช้าๆ ดังนั้นยิ่งกระดูกเราแข็งแรงมากเท่าไรในช่วงที่พัฒนาเต็มที่ ก็จะยิ่งดีต่อสุขภาพกระดูกเท่านั้น
Tips เทคนิคดูแลสุขภาพให้ห่างโรคของชาย-หญิง
นพ. พินิจ ลิ้มสุคนธ์ แพทย์ด้านประสาทวิทยา โรงพยาบาลสุขุมวิท ได้เผยถึงเทคนิคการดูแลสุขภาพของผู้ชายและผู้หญิงว่า...
การดูแลสุขภาพของผู้ชายกับผู้หญิงโดยทั่วไปแล้วไม่ต่างกัน เพราะทั้งสองฝ่ายก็เน้นการมีสุขภาพดี และก็ใช้พื้นฐานการดูแลสุขภาพในแบบเดียวกัน ซึ่งผู้ที่ใส่ใจสุขภาพก็จะมีความระมัดระวังในเรื่องการดูแลสุขภาพค่อนข้างดีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าคนไม่ใส่สุขภาพเขาก็ไม่ตระหนักเรื่องพวกนี้ และก็ใช้วิถีชีวิตไปตามปกติซึ่งจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ แต่สำหรับคนที่ใส่ใจสุขภาพแล้วบางคนก็สุขภาพดี บางคนก็มีสุขภาพไม่ดีเนื่องมาจากความใส่ใจอย่างเดียวไม่พอ ต้องลงมือปฏิบัติอย่างมีวินัย
ถ้าเปรียบเทียบร่างกายเหมือนรถยนต์แล้วคุณต้องการให้รถยนต์มีสมรรถนะดี ก็มีหลักง่ายๆ คือใช้งานให้ถูกต้อง และทำนุบำรุงรักษาสม่ำเสมอ ฉะนั้น ร่างกายของเราถ้าจะให้มีสุขภาพดี ก็ต้องใช้งานให้ถูกต้อง ดำเนินวิถีชีวิตไปในทางที่ถูกที่ควร ดูแลรักษา หมั่นสังเกตอาการผิดปกติที่เริ่มปรากฏ แล้ววิเคราะห์ด้วยตนเองหรือปรึกษาแพทย์ให้รู้ว่าอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นหมายถึงอะไร มีความสำคัญมากน้อยแค่ไหน ส่วนการใช้ชีวิตไปตามปกติ ก็ต้องให้เหมาะสมกับเพศกับวัย ออกกำลังกายให้เหมาะสมกับเพศกับวัย อย่าขี้เกียจ
สำหรับโรคภัยผู้ชายกับผู้หญิงนั้นก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ แต่ต่างกันที่เห็นได้ชัดคือผู้ชายมีต่อมลูกหมากและอัณฑะ ส่วนผู้หญิงมีรังไข่ มดลูก หน้าอก ผู้หญิงก็จะเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ แต่ในขณะเดียวกันผู้ชายจะมีความเสี่ยงโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก นอกเหนือจากปัญหาทั่วๆ ไป ผู้ชายก็จะเสี่ยงมากกว่าผู้หญิง เช่นโรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับสมอง อัมพาต อัมพฤต ฯลฯ รวมถึงวิถีชีวิตและการปฏิบัติตัวที่ผู้ชายทำงานเสี่ยงมากกว่าผู้หญิง ทำงานนอกบ้าน และมีสังคมมากกว่าผู้หญิงซึ่งเป็นภัยต่อสุขภาพ
ดังนั้น โรคที่เกิดถ้าดูแลสุขภาพไม่ถูกสุขลักษณะ ผู้ชายก็เป็นมากกว่าผู้หญิง แต่ถ้าคุณดูแลสุขภาพให้ดีๆ ผู้ชายกับผู้หญิงก็ห่างจากโรคได้เช่นเดียวกัน
No comments:
Post a Comment